Pimthika 'S BLOG

The Right Way To Walk For Coffee Lover

MY Coffee Roasted


นั่งมองสารกาแฟดิบ ที่เก็บใส่ขวดโหลไว้นานแล้ว จะคั่วลองดูก็ไม่มีกะทะ เครื่องคั่วกาแฟขนาดเล็ก(roaster)ก็คงไม่เหมาะจะลงทุนเพื่อได้มันมาในยามนี้ ด้วยช่วงนี้ไม่ได้ทำร้านกาแฟแล้ว แต่ก็ไม่อยากจะปล่อยให้แต่ละวันที่มีเวลาและนั่งอยู่หน้าคอมหายไปโดยไม่ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต หยิบเอากาแฟมาลองคั่ว จริงๆต้องเรียกว่า กาแฟอบ ความร้อนจากเตาอบด้วยอุณภูมิที่ 200 องศา ไม่รู้ว่าจะกระจายทั่วถึงทุกเมล้ดกาแฟหรือเปล่า และอีกสิ่งคือ กาแฟที่คละระหว่างอราบิก้าและโรบัสต้า ที่มีขนาดไม่เท่ากัน คละทั้งเมล็ดซีก และเล็กใหญ่ต่างกัน บวกกับกากเยื่อกาแฟที่ติดอยู่ที่เมล็ดด้วย มันต้องมีกากหลุดออกจากเมล็ดเวลาคั่วด้วย ตู้อบเล้กๆที่มีก้ไม่มีตัวเป่าและเก็บกาก(เขาเรียกแกลบ แต่ขอเรียกว่ากาก) (ผู้เขียนไม่มีประสบการณ์คั่วตรง แต่ก็พอจะสามารถแยกรสชาติได้บ้าง แต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะค่ะ) เลยนึกถึงเวลาคั่วถั่วลิสง ต้องเอามือถูๆให้กากมันหลุดแล้วใช้พัดลมเป่า ไหนๆได้ลองคั่วแล้วก็จะมาหาข้อคิดจากสิ่งที่ทำ ผลที่ได้จากการเล่นซนแบบนี้ด้วย

รับความรู้แบบฉบับผู้เขียนก่อนนะค่ะ แล้วจะนำความรู้ทางวิชาการจากหนังสือมาให้ทราบกันด้วยคะ

เอากาแฟดิบใส่ถาดสำหรับเข้าตู้อบ ที่ตั้งอุณหภูมิคิดเอาเองที่ 200 องศา แต่ต้องยอมเสี่ยงกับความร้อนด้วยตะเกียบไม้ เอาไปคนเมล็ดกาแฟด้วย เหมือนคั่วในกะทะ

คั่วประมาณ 30 นาที แต่ระหว่างการคั่วจะเอาออกมาใช้ตะเกียบคนให้เมล็ดได้รับความร้อนให้ทั่วถึง แต่สุดความสามารถได้อย่างภาพ มีเมล้ดไหม้ด้วย เลยขอหยุดที่เวลาประมาณนี้ เอาออกมาเป่าด้วยพัดลม ให้ความร้อนลดลง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วใส่ขวดโหลอีกสองวันก็มาบอดลองชง

แต่จากที่ค้นข้อมูลเจอเรื่องกาแฟเก่า นำมาคั่วจะมีวิธีการตามขั้นตอน เลยลองนำมาใช้ เพื่อให้เห็นผลเปลี่ยนแปลงของเมล้ดกาแฟหลังการคั่ว แล้วจึงนำมาบดและชงเป็นเอสเฟรสโซ่ กาแฟถ้วยแรกที่จะนำไปสู่กาแฟสูตรอื่นๆ

กาแฟคั่วตอนคั่วจะให้กลิ่นหอมแต่ไม่แรงมากนัก เพราะด้วยการคั่วที่ไม่ใช่ในวิธีที่ถูกต้อง  และเมล้ดกาแฟเก่าที่ไม่ใช่การบ่มกาแฟ จึงให้กลิ่นที่แปลกออกไป แล้วก็ตั้งคำถามจะชงแล้วดื่มได้มั้ยนะ แต่ก็รอจนวันที่ 2 เปิดขวดโหลก็ได้กลิ่นหอมกาแฟออกมาเยอะขึ้น จริงการคับปั้งกาแฟ จะใช้กาแฟบดแล้วเทน้ำร้อนลงไป ใช้ช้อนตักชิม โดยจมอมน้ำกาแฟในปากไม่กลืนแล้วก็คายน้ำกาแฟทิ้ง แล้วหารสและสิ่งที่ไม่ควรมีในกาแฟที่ดี แต่กาแฟที่ผู้เขียนใช้ ไม่ใช่กาแฟดิบ หรือสารกาแฟเกรดดี แต่ก้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เขียนต้องไปคำนึงถึง เพราะเพียงความอยากรู้ในสิ่งที่กำลังทำอยู่นั่น ให้ความเป็นจริงอย่างไร และได้ความสุขไปกับรสกาแฟที่ได้หยิบมาลองคัวด้วยตนเองบ้าง ปกติจะซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ต มาดื่มในช่วงหลังๆ ด้วยสะดวกและง่าย เพราะใช้จำนวนไม่มาก ทุกแบรนด์ทุกยี่ห้อ ล้วนมาจากความตั้งใจของผู้ผลิตทั้งนั้น ที่จะมอบรสชาติและสิ่งที่ดีให้แก่ผู้บริโภค อีกส่วนขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความชอบส่วนตัวของผู้บริโภค การจะใช้เครื่องชงเอสเฟรสโซ่ แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความพอใจ กำลังทรัพย์ หรือตามเหมาะสมของตนเอง วิธีการเลือกกาแฟคั่ว และวิธีการชงตามแต่สไตล์ ของใครว่ากันไปค่ะ แต่สิ่งสำคัญกว่าเรื่องการตั้งคำถามว่า กาแฟอะไรอร่อย คงเป็นคำถามที่ตอบอยาก แต่จะให้ง่ายต้องใช้ความชอบและพอใจของตัวคุณเอง แต่หากในเชิงการค้า ก็ควรเลือกเฟ้นและศึกษาเพิ่มขึ้นด้วยนะค่ะ

ไปชมต่อว่ากาแฟคั่วที่ได้นำมาชงให้ความต่างอย่างไรจากกาแฟคั่วตัวเดียวกัน แต่ต่างวันในการนำมาชง

ชมวีดีโอที่นำมาโพสในเอนทรี่นี้ก่อนนะค่ะ แล้วจะเขียนเล่าต่อ เรื่องเดิมแต่เพิ่มภาพนะค่ะ

Tips…

A Roaster Profile คือ การกำหนดอุณหภูมิของความร้อนในการคั่ว เริ่มจากเมล็ดดิบที่ก่อนนำไปคั่วโดยดูจากอุณหภูมิห้องไปถึงจุดร้อนสุดในการคั่ว  การคั่วที่บ้านก็มีข้อดีสำหรับตัวผู้ดื่ม สามารถกำหนดกาแฟคั่วได้ด้วยตนเอง เอาตามรสนิยมของตนเอง และสารกาแฟในปัจจุบ้นสามารถหาซื้อได้ง่าย บวกกับเครื่องคั่ว(Roaster)ขนาดเล็กที่เหมาะจะใช้งานในบ้านหาซื้อได้จากผู้จัดจำหน่ายได้จากเว็บไซด์ได้ ถ้าคุณอยากเป็นมือคั่วกาแฟที่เป็นสไตล์เฮาส์โรสจริงๆ วิธีนี้คงสร้างความสุขให้คุณได้ แต่ส่วนมากคนที่หันมาคั่วกาแฟเองได้แล้วมักจะต่อยอดทำธุรกิจกาแฟคั่ว ซึ่งจะแตกต่างจากการคั่วบริโภคเองที่บ้านโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งนี้การเริ่มต้นของการเป็นกาแฟคั่วเชิงธุรกิจก็เริ่มจากเล็กๆที่บ้านค่ะ

พิมพ์ฑิกา ส.

Information

This entry was posted on March 24, 2011 by in My Journal.

Home Cooking Recipes

Blog Hits

  • 20,318 hits

Lekafe’s Channel

Archives

%d bloggers like this: